“ตะกั่ว (Lead)” เป็นธาตุที่มีหมายเลขอะตอม 82 และสัญลักษณ์คือ Pb (Plumbum) เป็นโลหะหนักที่มีการนำมาใช้งานอย่างยาวนานหลายพันปี เนื่องจากคุณสมบัติที่อ่อนตัว หลอมละลายง่าย และทนต่อการกัดกร่อน เมื่อตัดใหม่ๆ จะมีสีขาวอมน้ำเงิน และเมื่อถูกกับอากาศสีจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ใช้ทำวัสดุก่อสร้าง แบตเตอรี่ กระสุนปืน ตะกั่วยังเป็นโลหะหนักที่มีพิษ ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายและส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้
ตะกั่วสามารถพบได้ที่ไหนบ้าง?
ตะกั่วเป็นธาตุที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติในเปลือกโลก ซึ่งมักจะไม่อยู่ในรูปโลหะบริสุทธิ์ หรือสามารถพบในสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น
- ตามแหล่งธรรมชาติ หรือธาตุในดินจะพบตะกั่วในรูปของแร่ กาลีนา (Galena) ซึ่งเป็นสารประกอบตะกั่วซัลไฟต์ (Lead(II) sulfide หรือ PbS) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผลึกสีเทาแวววาว หนักและเปราะร่วน เป็นสินแร่หลักที่สำคัญที่สุดในการผลิตตะกั่ว
- ในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การผลิตตะกั่วจะได้มาจากการนำแบตเตอรี่เก่ามาผ่านกระบวนการรีไซเคิล (Secondary Lead)
- แหล่งปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม อาจพบตะกั่วที่มากับสีบ้านเก่า เช่น บ้านที่มีการสร้างก่อนปี พ.ศ. 2520 มักใช้สีที่มีส่วนผสมของตะกั่ว เนื่องจากในอดีตตะกั่วถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักเพื่อเพิ่มความทนทานและความสดใสของสี ซึ่งเมื่อเมื่อสีหลุดล่อนเป็นฝุ่น ผงเหล่านั้นจะอันตรายมากหากสูดดมหรือกลืนกิน หรือแม้กระทั่งท่อประปาสมัยก่อนอาจมีส่วนผสมของตะกั่ว ซึ่งสามารถละลายปนมากับน้ำได้
ประโยชน์ของตะกั่ว
อย่างที่กล่าวไปในช่วงต้น แม้ตะกั่วจะมีพิษ แต่ก็ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ที่ธาตุอื่นมาทดแทนได้ยากในบางอุตสาหกรรม ได้แก่
- แบตเตอรรี่ : ตะกั่วเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ การใช้งานหลักกว่า 80% ของตะกั่วทั่วโลกถูกนำมาใช้ในแบตเตอรรี่แบบตะกั่ว-กรด (Lead-Acid Battery) หรือแบตเตอรี่ชนิดชาร์จไฟได้
- การป้องกันรังสี : เนื่องจากตะกั่วมีความหนาแน่นสูงมาก จึงใช้เป็นแผ่นกำบังรังสีในห้องเอกซเรย์ (X-ray) และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
- อุตสาหกรรมก่อสร้าง : นำตะกั่วมาใช้ทำแผ่นกันเสียง และใช้เป็นส่วนประกอบในโลหะบัดกรี (Soldering) ก็คือ การเชื่อมประสานโลหะระหว่างดีบุกกับตะกั่วในอัตราส่วนต่างกัน เพื่อเชื่อมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ลูกกระสุนและอุปกรณ์ตกปลา : สามารถนำมาใช้ทำลูกปืน เพราะมีน้ำหนักมากและราคาไม่แพง ตะกั่วยังใช้เป็นวัสดุมาตรฐานในการทำหัวกระสุน (Bullet) เนื่องจากมีความหนาแน่นสูง ช่วยให้กระสุนมีแรงปะทะและรักษาวงโคจรได้ดีเมื่อพุ่งแหวกอากาศ นอกจากนี้ ยังใช้เป็นตัวถ่วงน้ำหนัก (ตะกั่วตกปลา) ทำลูกแห ลูกอวน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมประมง
- อุตสาหกรรมโลหะบัดกรี ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่างดีบุกกับตะกั่วในอัตราส่วนต่างกัน โลหะบัดกรีใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อน้ำรถยนต์ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์และแผงวงจรไฟฟ้า
เกร็ดเล็ก ๆ ทางประวัติศาสตร์ : ในสมัยอาณาจักรโรมัน ตะกั่วถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวและขึ้นรูปได้ง่าย จึงถูกนำไปใช้ทำท่อน้ำ ภาชนะบรรจุไวน์ รวมถึงส่วนผสมในเครื่องสำอาง นอกจากนี้ ยังมีการใช้สารประกอบของตะกั่วที่เรียกว่า “น้ำตาลตะกั่ว” (Lead Acetate) ซึ่งมีลักษณะเป็นผลึกสีขาว ละลายน้ำได้ดี โดยในอดีตถูกนำมาใช้เป็นทั้งสารให้ความหวานและสารกันบูดในไวน์
ขณะเดียวกัน ชาวอียิปต์โบราณก็มีการใช้สารประกอบของตะกั่วในเครื่องสำอางเช่นกัน โดยเชื่อว่าช่วยป้องกันการติดเชื้อและดูแลสุขภาพผิว แม้ว่าปัจจุบันจะทราบแล้วว่าสารตะกั่วมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ในอดีตการใช้งานยังคงแพร่หลายในหลายอารยธรรม
ในปัจจุบันนั้น การใช้ตะกั่วถูกควบคุมและจำกัดมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะใช้ในภาคอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น การย้อมผ้า การผลิตสี และเป็นส่วนผสมในสีย้อมบางชนิดเท่านั้น
ความเป็นพิษของตะกั่ว (Lead Poisoning)
สารพิษจากตะกั่วถือเป็นหนึ่งในโรคจากสิ่งแวดล้อมที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการสะสมของโลหะหนักในร่างกาย ตะกั่วสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่ การหายใจเอาฝุ่นหรือไอระเหยที่ปนเปื้อนตะกั่วเข้าไป การรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อน รวมถึงการดูดซึมผ่านผิวหนัง
เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ตะกั่วจะถูกดูดซึมและสะสมอยู่ในเลือด เนื้อเยื่อ และกระดูก อาการของพิษจากตะกั่วมักไม่ปรากฏชัดในระยะแรก แต่จะค่อย ๆ แสดงผลกระทบและทวีความรุนแรงขึ้นตามระดับการสะสมในร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับตะกั่วในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลันได้เช่นกัน
ลักษณะอาการของพิษตะกั่ว : อาการของพิษจากตะกั่วสามารถเกิดได้หลายลักษณะ โดยในระยะแรกอาจพบอาการทั่วไป เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งเรียกว่า Lead Colic
หากได้รับตะกั่วสะสมในร่างกายมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ ระบบเลือด ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากตะกั่วไปขัดขวางกระบวนการสร้างฮีโมโกลบิน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อ ระบบประสาท ได้อีกด้วย
ในกรณีที่มีระดับตะกั่วในร่างกายสูงมาก อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึม ชัก หมดสติ และในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การป้องกันและดูแลตนเอง : การป้องกันการได้รับสารตะกั่วสามารถทำได้โดยการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น รักษาความสะอาดของร่างกาย ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง และอาบน้ำพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากมีการสัมผัสหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับตะกั่ว
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสตะกั่ว ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น การสวมหน้ากากป้องกันการหายใจ และหมั่นตรวจสุขภาพ รวมถึงตรวจวัดระดับตะกั่วในร่างกายเป็นประจำ
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินซี สูง ยังช่วยลดการดูดซึมของตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย และช่วยบรรเทาผลกระทบจากการได้รับสารตะกั่วได้อีกทางหนึ่ง
เจที แล็บ เซอร์วิส เราให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และบริการวิเคราะห์อื่น ๆ ด้วยเทคนิค Fire Assay, ICP-OES โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพวัสดุ แร่ธาตุ โลหะ และตัวอย่างในกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ สามารถสอบถามรายละเอียด ได้ที่นี่

