ในการตรวจหรือทดสอบน้ำดื่มและน้ำบริโภคว่าสะอาดหรือไม่ ต้องตรวจทั้งด้านกายภาพ (สี กลิ่น ความขุ่น) ทางด้านเคมี (pH ความกระด้าง โลหะหนัก ไนเตรต) และ จุลินทรีย์ (โคลิฟอร์ม อีโคไล) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าน้ำนั้นปลอดภัยได้มาตรฐานตามประกาศฯ เช่น กรมอนามัย โดยต้องตรวจหาสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว สารหนู เชื่อโรค และแบคทีเรีย โดยเฉพาะการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นของคุณภาพน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับน้ำดื่ม น้ำบริโภค มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ต้องระวัง คือ โคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliforms) และ อีโคไล (E. coli) เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระและเชื้อโรคอื่นๆ ที่อันตราย เช่น แซลโมเนลลา การตรวจพบเชื้อเหล่านี้ในน้ำดื่ม แสดงว่าน้ำไม่สะอาดและไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดอาหารท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ โดยมีการป้องกันคือการทำให้น้ำสะอาดด้วยการต้มหรือระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ และต้องไม่พบ E. coli ในน้ำดื่มเลยตามมาตรฐานที่กำหนด
โคลิฟอร์ม (Coliform bacteria) กลุ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศและไม่มีอากาศ มักพบในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ หากพบว่ามีการเจือปนในน้ำดื่มจะสามารถบ่งชี้ถึงความไม่สะอาดและไม่ถูกสุขลักษณะของแหล่งน้ำดื่มได้ อาจไม่ก่อโรคโดยตรง แต่สัมพันธ์กับเชื้อที่ก่อโรค
เช่น E. coli
กลุ่มฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform) เช่น Escherichia coli (E.coli) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากตรวจพบในน้ำดื่ม สามารถบ่งชี้ได้ว่าน้ำมีการปนเปื้อนอุจจาระ หรือสิ่งขับถ่ายของมนุษย์และสัตว์ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคอื่นๆ ปนมาด้วย จำเป็นต้องหยุดบริโภคและตรวจระบบน้ำทันที
ฟีคัลโคลิฟอร์ม = การปนเปื้อนจากอุจจาระ
แสดงว่าน้ำประปา–แทงค์น้ำ–ตู้กดน้ำ–ไส้กรอง อาจมีปัญหาเรื่องสุขอนามัย
กลุ่มนอนฟีคัลโคลิฟอร์ม (Non-fecal Coliform) สามารถพบได้ในดิน พืช ใบไม้ ไม่เกี่ยวกับอุจจาระโดยตรง แต่ถ้าพบในน้ำดื่มก็แสดงได้ว่าแหล่งน้ำนั้นไม่สะอาดเช่นกัน
นอนฟีคัลโคลิฟอร์ม = การปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม
แต่ยังคงไม่เหมาะสำหรับการบริโภคตามมาตรฐานน้ำดื่มไทย (ต้องไม่พบแม้แต่ตัวเดียว)
มาตรฐานโคลิฟอร์มในน้ำดื่ม น้ำบริโภคของประเทศไทยนั้น กำหนดให้ต้อง ตรวจไม่พบ แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliform Bacteria) และฟีคอลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform) โดยเฉพาะเชื้อ E. coli ซึ่งบ่งชี้ถึงการปนเปื้อนอุจจาระและอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อความปลอดภัยต้องมีค่าเป็น 0 หรือไม่เกินเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนด เช่น ในน้ำประปาดื่มได้ ต้องไม่เกิน 1.1 MPN/100 ml และต้องไม่พบ E. coli ด้วยเช่นกัน
มาตรฐานโคลิฟอร์มสำหรับน้ำดื่ม น้ำบริโภค
น้ำดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
โคลิฟอร์มแบคทีเรีย ต้องมีปริมาณน้อยกว่า 1.1 MPN/100 ml (Most Probable Number) โคลิฟอร์มแบคทีเรียทั้งหมด (Total Coliforms)
อี.โคไล (E. coli) ต้องตรวจไม่พบ (0/100 ml)
น้ำประปาดื่มได้ (เกณฑ์กรมอนามัย พ.ศ. 2563)
โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Total Coliform Bacteria) ไม่เกิน 1.1 MPN/100 ml
อี.โคไล (E. coli) ต้องตรวจไม่พบ (0/100 ml)
น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ/ น้ำทิ้ง (เป็นเกณฑ์สำหรับแหล่งน้ำ ไม่ใช่น้ำดื่ม)
โคลิฟอร์มแบคทีเรีย อาจมีค่าสูงกว่า เช่น ไม่เกิน 5,000 MPN/100 ml.
วิธีการตรวจวิเคราะห์เชื้อจุลินทรีย์สำหรับน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ที่เป็นที่ยอมรับและนิยมกันอย่างแพร่หลาย คือ วิธีวิเคราะห์คุณภาพน้ำด้วยวิธีมาตรฐานจากเอกสารคู่มือ Standard method for the examination of water and wastewater. 23rd ed. Washington DC; 2017 ของ American public health association (APHA) ร่วมกับ American water works association (AWWA) และ Water environmental fund (WEF)
การตรวจสอบโคลิฟอร์มในน้ำดื่ม น้ำบริโภค สามารถทำได้หลายวิธีขึ้นกับความเหมาะสม ความสะดวกและทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น การทดสอบด้วยชุดทดสอบโคลิฟอร์ม สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การส่งทดสอบกับหน่วยงานหรือห้องปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มความละเอียดแม่นยำในการทดสอบ และการตรวจสอบด้วยเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ
ใครหรือหน่วยงานไหนบ้าง ที่ควรตรวจน้ำดื่ม น้ำบริโภค
แหล่งโรงงานอุตสาหรกรรม
โรงแรม รีสอร์ท หอพัก
โรงเรียน โรงงพยาบาล
โรงงานผลิตน้ำดื่ม น้ำบรรจุขวด
อาคารสำนักงาน และสถานประกอบการทั่วไป
การปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ (โคลิฟอร์ม) สามารถพบได้จากสาเหตุ ดังนี้
แหล่งต้นน้ำที่สัมผัสของเสีย เช่นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่ได้รับการบำบัด การปนเปื้อนจากมูลสัตว์และมนุษย์
การจัดการระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่สมบูรณ์ไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียก่อโรคได้
การปนเปื้อนระหว่างการจัดการน้ำ หรือการจัดเก็นน้ำดื่ม น้ำบริโภคในภาชนะที่ไม่เหมาะสม และไม่สะอาด อาจเกิดการสะสมของฝุ่นละออง ตะกอน หรือสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
วิธีป้องกันและการจัดการเมื่อพบโคลิฟอร์มในน้ำดื่ม น้ำบริโภค
ดูแลระบบน้ำดื่ม ทำความสะอาดและรักษาความสะอาดถังเก็บน้ำหรือท่อประปาเป็นประจำ หลักเลี่ยงการใช้แหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่ผ่านการบำบัด
ตรวจสอบและบำบัดน้ำ เช่น การใช้คลอรีนฆ่าเชื้อในน้ำ โดยมีความเข้มข้นประมาณ 0.2-0.5 ppm หรือบำบัดด้วยแสง UV เพื่อกำจัดแบคทีเรีย
ดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการทำความร้อน เช่น การต้มเดือด หรือใช้ระบบกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกน้ำดื่มบรรจุขวดที่น่าเชื่อถือแล้วมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน
ตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยใช้ชุดตรวจสอบสำหรับโคลิฟอร์ม หรือส่งตัวอย่างน้ำให้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอย่างละเอียด
โดยสรุปการตรวจเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำดื่ม น้ำบริโภคมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันว่าน้ำสะอาด ปลอดภัย เหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภค และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยอ้างอิงประกาศกระทรวงสาธารณะสุข และกรมอนามัย น้ำประปาดื่มได้ หรือน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะสามารถบ่งชี้ความปลอดภัยหรือบอกได้ว่าสิ่งปนเปื้อนในน้ำมีอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไหร่ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร และหากมีปริมาณสิ่งปนเปื้อนมากกว่ากำหนด ต้องดำเนินการจัดการแก้ไขอย่างไร ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค ควบคุมคุณภาพระบบผลิตน้ำ สร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับสถานประกอบการ

