jtlabservices.co.th

Blog

ลักษณะน้ำเสียที่สำคัญ ในการตรวจวิเคราะห์

  น้ำเสีย คือ ของเหลวที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก สารเคมี หรือสิ่งปฎิกูลต่าง ๆ จนเสียคุณภาพและไม่เหมาะแก่การนำไปใช้ประโยชน์ มักเกิดมาจากชุมชน ครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจกรรมทางการเกษตร และน้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดอย่างเหมาะสมอาจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และแหล่ะน้ำธรรมชาติ

     น้ำเสียแต่ละชนิดมี “ลักษณะสำคัญ” ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ก่อนเข้าสู่ระบบบำบัด การตรวจน้ำเสียไม่ได้ดูแค่ “สกปรกหรือไม่” แต่ต้องวิเคราะห์หลายด้าน เพื่อให้ควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งลักษณะทางกายภาพ (สี กลิ่น ความขุ่น) ลักษณะทางเคมี (pH, BOD, COD, TDS โลหะหนัก) และลักษณะทางชีวะภาพ (จุลินทรีย์) ซึ่งค่าเหล่านี้จะบ่งบอกถึงระดับความสกปรก แหล่งที่มาของมลพิษ และช่วยในการเลือกระบบบำบัดที่เหมาะสม ก่อนปล่อยน้ำสู่ธรรมชาติเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

6 ลักษณะน้ำเสียที่สำคัญ ในการตรวจวิเคราะห์  

     1. pH (ความเป็นกรด-ด่าง) มีความสำคัญมากต่อระบบบำบัดและสิ่งแวดล้อม เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำเสีย โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตในน้ำหรือจุลินทรีย์ในถังบำบัดจะดำรงชีพได้ดีในสภาวะที่เป็นกลาง คือ pH ประมาณ 6-8 หากค่า pH สูงหรือต่ำเกินไปจะมีผลเสียต่อจุลินทร์ทรีย์ ทำให้ระบบบำบัดทำงานได้ไม่ดี และน้ำเสียจะมีฤทธ์กัดกร่อน นอกจากนี้ การควบคุมค่า pH ยังช่วยลดกลิ่นไฮโดรซัลไฟด์ (กลิ่นไข่เน่า) ได้ ถือว่า pH เป็นพารามิเตอร์ที่มีประโยชน์มากที่สุดและวัดได้ง่าย ใช้ในการควบคุมกระบวนการบำบัดน้ำเสียแทบทุกประเภท
     การปรับค่า pH :  
     – ปรับจากกรดเป็นกลาง: ใช้ปูนขาว (CaO), โซดาไฟ (NaOH) 
     – ปรับจากด่างเป็นกลาง: ใช้กรดกำมะถัน (H₂SO₄), กรดเกลือ (HCl)  

     2. Biochemical Oxygen Demand (BOD) เป็นค่าที่บอกถึงปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ หากค่า BOD สูงแสดงว่าน้ำเสียมีสารอินทรีย์มาก น้ำสกปรก และจุลินทรียจึงต้องการออกซิเจนสูง นั่นคือมีความสกปรก หรือสารอินทรีย์ในน้ำมาก
     3. Chemical Oxygen Demand (COD) คือค่าปริมาณออกซิเจน ที่ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ด้วยวิธีการทางเคมี มักใช้การเทียบหาค่า BOD โดยคร่าวๆ
    4. Solids (ปริมาณของแข็ง) หมายถึง ปริมาณสารต่างๆที่มีอยู่ในน้ำเสีย ทั้งในลักษณะที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำ ของแข็งบางชนิดมีน้ำหนักเบา และแขวนลอยอยู่ในน้ำ บางชนิดหนักและจมตัวลงเบื้องล่าง ของแข็งที่ไม่ละลายน้ำอาจสร้างปัญหาในการอุดตันเครื่องเติมอากาศ และถ้าปล่อยทิ้งไว้ในปริมาณมากจะทำให้เกิดความสกปรก
     5. Nitrogen (ไนโตรเจน) เป็นธาตุจำเป็นในการสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ไนโตรเจนจะเปลี่ยนสภาพเป็นแอมโมเนีย ถ้าหากในน้ำมีออกซิเจนเพียงพอ ก็จะถูกย่อยสลายไปเป็นไนไตรท์และไนเตรท ดังนั้นการปล่อยน้ำเสียที่มีสารประกอบไนโตรเจนสูง จึงทำให้ออกซิเจนที่มีอยู่ลดน้อยลง
     6. Grease & Oil (ไขมันและน้ำมัน) สารเหล่านี้มีน้ำหนักเบาและลอยน้ำ ทำให้เกิดสภาพไม่น่าดูและขวางกั้น การซึมของออกซิเจนจากอากาศสู่แหล่งน้ำ นอกจากนี้ยังทำให้ค่าบีโอดีสูงเพราะเป็นสารอินทรีย์

      บริษัท เจทีแล็บ เซอร์วิส จำกัด เราให้ บริการการวิเคราะห์คุณภาพน้ำเสีย น้ำดื่ม หรือน้ำอุปโภค-บริโภคอื่น ๆ มีความมุ่งมั่นให้บริการด้วยมาตรฐานและความใส่ใจ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้

        ท่านที่สนใจ เรายินดีให้บริการวิเคราะห์คุณภาพน้ำและน้ำเสียตามประกาศฯ และพารามิเตอร์ต่าง ๆ เช่น pH COD BOD TSS TDS Oil and Grease หรือกลุ่มโลหะหนัก สามารถติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

News Update

บทความล่าสุด

ธาตุทองคำ (Gold, Au)

ทองคำ คือ แร่โลหะธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบหลักเป็น ธาตุทองคำ (Gold) เป็นธาตุโลหะมีค่า จัดอยู่ในกลุ่มโลหะทรายซิชัน มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Au (จากภาษาละติน Aurum) เลขอะตอม 79 และเลขมวลอะตอม 196.967 g/mol โดยส่วนใหญ่มักพบอยู่ในรูปของธาตุอิสระ (Native Element)

Read More »

เชื้อจุลินทรีย์ (Coliform, E.coli) ในน้ำดื่ม น้ำบริโภค ต้องตรวจอะไรบ้าง ?

ในการตรวจหรือทดสอบน้ำดื่มและน้ำบริโภคว่าสะอาดหรือไม่ ต้องตรวจทั้งด้านกายภาพ (สี กลิ่น ความขุ่น) ทางด้านเคมี (pH ความกระด้าง โลหะหนัก ไนเตรต) และ จุลินทรีย์ (โคลิฟอร์ม อีโคไล) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าน้ำนั้นปลอดภัยได้มาตรฐานตามประกาศฯ เช่น กรมอนามัย โดยต้องตรวจหาสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว สารหนู เชื่อโรค และแบคทีเรีย โดยเฉพาะการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นของคุณภาพน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ       สำหรับน้ำดื่ม น้ำบริโภค มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ต้องระวัง คือ โคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliforms) และ อีโคไล (E.

Read More »