น้ำประปา คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการกรอง การบำบัด จนสะอาดปราศจากเชื้อโรค ซึ่งได้มาจาก แหล่งน้ำดิบ หรือน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำผิวดิน แม่น้ำ ลำคลอง เพื่อทำให้น้ำสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐานสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งน้ำถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพ ดังนั้น ความสะอาดของน้ำจะสามารถตรวจสอบคุณภาพได้อย่างไร บทความนี้จะมาอธิบายให้ฟังกัน
การตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วนตนเอง โดยใช้ชุดทดสอบหรือเครื่องมืดวัด ไปจนถึงการส่งตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์ที่ห้องแลปปฎิบัติการที่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากต้องการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างละเอียด สามารถนำส่งตรวจวิเคราะห์ได้ที่ JT Lab Services เรามีบริการตรวจวิเคราะห์น้ำประปา ตามพารามิเตอร์ที่เหมาะสม
การตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1) การตรวจสอบทางกายภาพ : เป็นขั้นตอนเบื้องต้น เพื่อให้ทราบถึงลักษณะทั่วไปของน้ำ เช่น สี กลิ่น และความขุ่นของน้ำ ซึ่งน้ำประปาที่ดีควรมีสีใส ไม่มีสีเหลืองหรือสีน้ำตาล ไม่มีกลิ่นผิดปกติ
2) การตรวจสอบทางเคมี : เพื่อให้แน่ใจว่าในน้ำไม่ปนเปื้อนสารเคมีที่อันตรายต่อสุขภาพ
- ค่า pH ของน้ำประปาควรอยู่ในช่วง 5-8.5 เพราะน้ำที่มีค่า pH ต่ำหรือสูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเกิดการกัดกร่อนในระบบท่อส่งน้ำ
- คลอรีน ช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาได้ แต่หากมีคลอรีนในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดกลิ่นและรสชาติเจื่อปนในน้ำได้
- โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว, ปรอท สารเหล่านี้มีความเป็นพิษและสะสมในร่างกายได้ จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบ และส่งตรวจทางห้องปฎิการเท่านั้น
3) กาตรวจสอบทางชีวภาพ : จะทำให้ทราบจึงจุลินทรีย์ในน้ำ สามารถก่อให้เกิดโรคติดต่อทางน้ำได้ เช่น แบคทีเรีย กลุ่ม Coliform และ Escherichia coli (E. coli) เพราะหากพบเชื้อเหล่านี้ในน้ำประปา แสดงว่าอาจมีการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกหรือระบบกรองที่ไม่ได้มาตรฐาน
มาตรฐานคุณภาพน้ำประปา หรือเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ตามประกาศกระทรวงอนามัย มีมาตรฐานหลายด้านยกตัวอย่าง ดังต่อไปนี้ (แนบประกาศกรมอนามัย เรื่อง เกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ 2553)
- คุณภาพน้ำทางกายภาพ เช่น
- ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ต้องมีค่าระหว่าง 6.5-8.5
- ความขุ่น (Turbidity) ต้องไม่เกิน 5 เอ็นทียู
- คุณภาพน้ำทางเคมี เช่น
- สารละลายทั้งหมด (TDS) ต้องไม่เกิน 1,000 mg/L
- ความกระด้าง (Hardness) ต้องไม่เกิน 500 mg/L
- คุณภาพน้ำทางโลหะหนัก เช่น
- ตะกั่ว (Pb) ต้องไม่เกิน 0.01 mg/L
- สารหนู (As) ต้องไม่เกิน 0.01 mg/L
- ปรอท (Hg) ต้องมีค่าไม่เกิน 0.001 mg/L
- คุณภาพน้ำทางแบคทีเรีย เช่น
- แบคทีเรียโคลิฟอร์ม (Coliform bacteria) ต้องตรวจไม่พบ ในตัวอย่าง 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร (cm³)
- แบคทีเรียฟิคัลโคลิฟอร์ม (Faecal coliform bacteria) ต้องตรวจไม่พบ ในตัวอย่าง 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร (cm³)

