jtlabservices.co.th

Blog

รู้หรือไม่? แหล่งแร่ทองคำที่สำคัญของประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง! 

 ทองคำ (Gold) โลหะสีเหลืองอร่ามที่ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง แต่ยังเป็น “ทรัพยากรล้ำค่า” ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศมายาวนาน  แร่ทองคำเกิดมาจากไหน?      แร่ทองคำเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาภายในเปลือกโลก เมื่อสารละลายร้อนใต้พิภพนำแร่ธาตุขึ้นมาสะสมตัวในรอยแตกของหินก่อให้เกิด “สายแร่ทองคำ” แร่ทองคำปรากฎพบในหินต่างๆ มากมายหลายชนิด จนไม่อาจจำกัดการเกิดของทองคำร่วมกับหินชนิดใดชนิดหนึ่งได้โดยเฉพาะ อย่างไรก็ดีแร่ทองคำที่พบมักจะเกิดร่วมกับหินอัคนีชนิดที่มีความเป็น กรดมากกว่าชนิดที่มีความเป็นด่าง หรือในหินที่มีส่วนประกอบอยู่ระหว่างกลางของหินทั้งสอง      แร่ทองคำปฐมภูมิ : คือแหล่งแร่ทองคำที่เกิดรวมกับหินต้นกำเนิด โดยอาศัยกระบวนการทางธรณีวิทยา      แร่ทองคำทุติยภูมิ : คือแหล่งแร่ทองคำที่เกิดจากการผุพังจากแหล่งปฐมภูมิสะสมอยู่บริเวณเดิม       ในปัจจุบันทองคำไม่ได้มีดีแค่การเป็นเครื่องประดับ แต่ยังมีความสำคัญในหลากหลายด้าน ได้แก่  อุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณี  ด้านเศรษฐกิจการคลัง ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ  อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทองคำเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นเยี่ยม  ด้านการแพทย์และทันตกรรม ใช้ทำครอบฟันและอุปกรณ์ชีวภาพ  เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในชิปและวงจรอิเล็กทรอนิกส์  แหล่งแร่ทองคำสำคัญของประเทศไทย      ประเทศไทย หรือที่รู้จักมักคุ้นกันดีในชื่อ “สุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “ดินแดนทอง” แล้วมีผู้ถอดเป็นภาษาไทยในภายหลังว่า

Read More

รู้หรือไม่ว่าการตรวจสอบโลหะมีค่า มีกี่แบบ?

    การตรวจสอบโลหะมีค่า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินความบริสุทธิ์และคุณภาพของชิ้นงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโลหะนั้นมีองค์ประกอบตรงตามมาตรฐาน      การให้บริการของห้องปฏิบัติการสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ แบบทำลายชิ้นงาน และ แบบไม่ทำลายชิ้นงาน โดยแต่ละประเภทจะมีเทคนิคการวิเคราะห์และเครื่องมือเฉพาะที่เหมาะสมแตกต่างกันไป      การตรวจแบบทำลายชิ้นงาน มักใช้ในกรณีที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น เทคนิค Fire Assay สำหรับทองคำ, Potentiometric Titration สำหรับโลหะเงิน หรือ ICP-OES สำหรับการวิเคราะห์ธาตุองค์ประกอบ ส่วน การตรวจแบบไม่ทำลายชิ้นงาน เหมาะกับการทดสอบที่ต้องการรักษาสภาพเดิมของตัวอย่าง เช่น การใช้เทคนิค X-Ray Fluorescence (XRF) หรือการตรวจสอบด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic Testing) ซึ่งให้ผลรวดเร็วและไม่กระทบต่อชิ้นงาน  ประเภททำลายชิ้นงาน      1) การตรวจสอบค่าความบริสุทธิ์ทองคำด้วยเทคนิค Fire Assay     เป็นวิธีมาตรฐานวิธีหนึ่งที่ใช้หาปริมาณทองคำได้อย่างแม่นยำ

Read More

แหล่งน้ำดิบคืออะไร สามารถพบเจอได้ที่ไหนบ้าง?  

   น้ำดิบ คือ น้ำที่มาจากแหล่งน้ำต่างๆ ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการกรอง หรือน้ำที่ยังไม่ผ่านกระบวกการบำบัด อย่างน้ำผิวดินที่เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ, คลองชลประทาน (น้ำไหล) หรือแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เขื่อน, อ่างเก็บน้ำ (น้ำนิ่ง), ฝาย ต้นเป็น ส่วนใหญ่แหล่งน้ำเหล่านี้มักจะมีการปนเปื้อนได้ง่าย ทั้งจากขยะที่ทิ้งลงแหล่งน้ำ น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือตะกอนดินจากฝน หรือสารเคมีทางการเกษตรที่ชะล้างลงแหล่งน้ำ      นอกจากนั้นน้ำดิบยังมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำบาดาล เป็นต้น ซึ่งน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดที่แทรกตัวอยู่ตามรอยแตกโพรงหรือชั้นหิน แล้วไปรวมกันเป็นชั้นน้ำมีความลึกตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป มีความใส เพราะผ่านการกรองจากชั้นหิน กรวด ทราย ตามธรรมชาติ แต่น้ำบาดาลมักจะมาพร้อมกับสนิมเหล็กและโลหะหนัก จึงต้องนำมากำจัดสารต่าง ๆ ออกให้หมดก่อนนำมาใช้ แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือเมื่อสูบน้ำบาดาลมาใช้มาก ๆ ทำให้เกิดปัญหาแผ่นดินทรุด     เมื่อนำน้ำดิบเข้ามาสู่กระบวนการผลิตน้ำต้องตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพน้ำตลอดเวลา จนทำให้เป็นน้ำใสสะอาดเหมาะกับการอุปโภคและบริโภคเรียกว่า น้ำประปา สำหรับน้ำดิบที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการกรองหรือบำบัดน้ำ จะไม่สามารถบริโภคได้

Read More

น้ำประปามาจากไหน และการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา

   น้ำประปา คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการกรอง การบำบัด จนสะอาดปราศจากเชื้อโรค ซึ่งได้มาจาก แหล่งน้ำดิบ หรือน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำผิวดิน แม่น้ำ ลำคลอง เพื่อทำให้น้ำสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐานสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งน้ำถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพ ดังนั้น ความสะอาดของน้ำจะสามารถตรวจสอบคุณภาพได้อย่างไร บทความนี้จะมาอธิบายให้ฟังกัน       การตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วนตนเอง โดยใช้ชุดทดสอบหรือเครื่องมืดวัด ไปจนถึงการส่งตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์ที่ห้องแลปปฎิบัติการที่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากต้องการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างละเอียด สามารถนำส่งตรวจวิเคราะห์ได้ที่ JT Lab Services เรามีบริการตรวจวิเคราะห์น้ำประปา ตามพารามิเตอร์ที่เหมาะสม   การตรวจสอบคุณภาพน้ำประปา แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้      1) การตรวจสอบทางกายภาพ : เป็นขั้นตอนเบื้องต้น เพื่อให้ทราบถึงลักษณะทั่วไปของน้ำ เช่น สี กลิ่น และความขุ่นของน้ำ ซึ่งน้ำประปาที่ดีควรมีสีใส ไม่มีสีเหลืองหรือสีน้ำตาล ไม่มีกลิ่นผิดปกติ       2) การตรวจสอบทางเคมี : เพื่อให้แน่ใจว่าในน้ำไม่ปนเปื้อนสารเคมีที่อันตรายต่อสุขภาพ  ค่า pH ของน้ำประปาควรอยู่ในช่วง 5-8.5 เพราะน้ำที่มีค่า pH ต่ำหรือสูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเกิดการกัดกร่อนในระบบท่อส่งน้ำ คลอรีน

Read More

พารามิเตอร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ (Water Quality Parameters)

คุณภาพของน้ำที่ใช้บริโภคหรือน้ำทิ้งทางอุตสาหกรรม ล้วนปะปนไปด้วยสารปนเปื้อนมากกว่า 90 ชนิดที่สามารถพบได้ในน้ำ และมีข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำที่จะสามารถนำไปใช้ในแต่ละกระบวนการ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม หรือก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจากน้ำเหล่านั้น    โดย พารามิเตอร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ สามารถแบ่งเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะการตรวจวัด ดังนี้ :    1) พารามิเตอร์ทางกายภาพ (Physical Parameters) ค่าที่วัดลักษณะได้ด้วยประสาทสัมผัสและเทคนิคทางกายภาพ เช่น สี (Color), กลิ่น (Odor), ความขุ่น (Turbidity), อุณหภูมิ (Temperature), ของแข็งแขวนลอย (Suspended Solids, SS), ของแข็งทั้งหมด (Total Solids, TS) เป็นต้น   2) พารามิเตอร์ทางเคมี (Chemical parameters) ค่าที่ใช้วัดและประเมินคุณสมบัติทางเคมีของน้ำ เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH), ความกระด้าง (Hardness), ออกซิเจนละลายน้ำ, ความต้องการออกซิเจนทางชีวภาพ และโลหะหนัก (Heavy Metals)   3) พารามิเตอร์ทางชีวภาพ (Biological parameters) การวัดปริมาณของสิ่งมีชีวิตในตัวอย่าง เพื่อใช้ประเมินคุณภาพน้ำและสุขภาพของระบบนิเวศ ด้แก่ ปริมาณของแข็งแขวนลอยทั้งหมด (TSS), จำนวนแบคทีเรีย เช่น โคลิฟอร์ม (Coliform, E. coli), การวัดค่า BOD (ความต้องการออกซิเจนทางชีวภาพ) และการตรวจหาแบคทีเรียในน้ำ   4) มลพิษเฉพาะ (Specific Pollutants) สารมลพิษที่ระบุได้เจาะจงและมีผลต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ น้ำมันและไขมัน (Oil & Grease) หรือกลุ่มสารกำจัดศัตรูพืช (Pesticides)  

Read More

ทำไมถึงต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ (Water Quality Monitoring)

การตรวจสอบคุณภาพน้ำ (Water Quality) เป็นการประเมินคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของน้ำ เพื่อพิจารณาว่าคุณภาพน้ำนั้น จะเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ต้องการหรือไม่ เช่น การดื่ม การเกษตร หรือการอุตสาหกรรม ซึ่งการตรวจคุณภาพน้ำสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์ที่ต้องการวัด และระดับความแม่นยำที่ต้องการ  การตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้น   1) การสังเกต : สามารถสังเกตได้จากสี กลิ่น และความขุ่นของน้ำ  2) การตรวจสอบค่า TDS (Total Dissolved Solids) : ปริมาณของสารละลายในน้ำ รวมถึงแร่ธาตุ เกลือ และสารอื่นๆ  3) ค่า pH ของน้ำ : วัดปริมาณไฮโดรเจน (H+) ไอออนที่มีอยู่ในน้ำ สำหรับน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้ ควรมีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.5-8.5   4) ตรวจสอบความแข็งของน้ำ : ปริมาณแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม และแมกนีเซียม ที่ละลายอยู่ในน้ำ   5) ทดสอบที่ห้องปฎิบัติการ :

Read More