ทองคำ คือ แร่โลหะธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบหลักเป็น ธาตุทองคำ (Gold) เป็นธาตุโลหะมีค่า จัดอยู่ในกลุ่มโลหะทรายซิชัน มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Au (จากภาษาละติน Aurum) เลขอะตอม 79 และเลขมวลอะตอม 196.967 g/mol โดยส่วนใหญ่มักพบอยู่ในรูปของธาตุอิสระ (Native Element) หรืออาจพบในรูปของโลหะผสมกับธาตุอื่น ๆ เช่น เงิน ทองแดง หรือในรูปของสารประกอบในเนื้อหินชนิดต่าง ๆ
ทองคำ เกิดจากปฏิกิริยาในอวกาศ เช่น การระเบิดของ ซูเปอร์โนวา แล้วมาสะสมตัวบนโลกผ่าน น้ำร้อนใต้พิภพ หรือการผุพังเป็น ทองคำในลำน้ำ
มนุษย์รู้จักใช้ทองคำมาตั้งแต่ ยุคโบราณ (กว่า 40,000 ปี) โดยเฉพาะ อียิปต์โบราณ ที่ถือเป็นโลหะของเทพเจ้า ต่อมาถูกใช้เป็น เงินตรา (ชาวลิเดีย) และเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคตื่นทอง (Gold Rush) ในศตวรรษที่ 19
ลักษณะและคุณสมบัติของทองคำ
- สี/ความวาว : สีเหลืองทองสว่าง มันวาวเป็นประกายโละ โดยจะไม่เปลี่ยนสีหรือหมองเมื่อสัมผัสกับอากาศ
- ความหนาแน่น : มีความหนาแน่นสูงมาก (มีความถ่วงจำเพาะสูงถึง 3) ทำให้ทองคำมีน้ำหนักมากกว่าโลหะทั่วไปในปริมาณที่เท่ากัน
- ความอ่อนตัว : เป็นโลหะอ่อนตัวมาก (แข็ง 5-3.0 โมห์) สามารถรีดเป็นแผ่นบาง ตีแผ่และยืดได้ดีที่สุดในกลุ่มโลหะทั้งหมด
- ความเสถียร : ทองคำเป็นโลหะที่มีปฎิกิริยาเคมีต่ำมาก ไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน จึงไม่เกิดสนิมหรือผุกร่อน และไม่ละลายในกรดทั่วไป แต่สามารถละลายได้ใน “น้ำประสานทอง” (Aqua Regia) ซึ่งเป็นส่วนผสมของกรดไนตริกและกรดไฮโดรคลอริก
- การนำไฟฟ้าและความร้อน : ทองเป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าที่เยี่ยม และไม่เกิดสนิมจึงนิยมใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง อีกทั้งยังสามารถสะท้อนรังสีอินฟราเรด (ความร้อน) ได้ดีมาก จึงถูกนำไปใช้เคลือบหน้ากากนักอวกาศหรือกระจกอาคารเพื่อกันความร้อน
- การเกิด : พบในรูปของ เกล็ด เม็ด หรือสายแร่ฝังตัวในหินหรือในตะกอนลำน้ำ
ประโยชน์ของทองคำ เป็นธาตุที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นเครื่องประดับ แต่ยังมีความสำคัญในหลากหลายด้าน ดังนี้
- ด้านการลงทุน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทองคำเป็นสินทรัพท์หลักที่นักลงทุนใช้ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนทางการเมือง และการคลังหรือธนาคารกลางทั่วโลก ใช้ทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และรักษาเสถียรภาพทางการเงินและระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งมีสภาพคล่องสูง มีมูลค่าในตัวเอง สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทั่วโลก
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากทองสามารถนำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยมและไม่เกิดสนิม จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในแผงวงจรสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และระบบ 5G รวมถึงเทคโนโลยี AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในภาคอุตสาหกรรมอวกาศ มีการใช้ทองคำเคลือบอุปกรณ์และหน้ากากนักอวกาศเพื่อสะท้อนรังสีความร้อนและป้องกันรังสีอินฟราเรดในอวกาศ
- อุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณี สำหรับทองยังคงเป็นเครื่องประดับที่คนส่วนใหญ่นิยม โดยใช้สื่อถึงความมั่งคั่งและสถานะทางสังคม นอกเหนือจากนั้น มีการนำแผ่นทองคำเปลวหรือสกัดทองมาใช้ในผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เพื่อช่วยบำรุงผิว ให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและลดริ้วรอยตามความเชื่อด้านความงาม
- ด้านการแพทย์และทันตกรรม ทองคำมีคุณสมบัติเข้ากกับร่างกายมนุษย์ได้ดี (Biocompatibility) จึงนำไปใช้ทำเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ฝังตัว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ ใช้ครอบฟันและอุปกรณ์ชีวภาพ
แหล่งที่สามารถพบทองคำได้ ตามธรรมชาติตามหลักลักษณะทางธรณีวิทยา ดังนี้
- ทองสามารถพบได้ในธรรมชาติ ในรูปทองคำบริสุทธิ์
- สามารถพบในลักษณะเป็นสายแร่ (Veins) แทรกตัวในชั้นหิน โดยเฉพาะ สายแร่ควอตซ์ หรือเกิดร่วมกับแร่โลหะชนิดอื่นๆ เช่น เงิน ทองแดง และตะกั่ว
- แหล่งแร่สามารถเกิดจากหินที่มีทองคำสึกกร่อนตามธรรมชาติ แล้วถูกน้ำพัดพาไปสะสมตัวในบริเวรณต่างๆ เช่น ก้นแม่น้ำ ธารน้ำ หรือชายฝั่งทะเล
- ในประเทศไทย สามารถพบเหมืองทองคำหลักได้ที่ เหมืองทองชาตรี (อัครา) ที่พิจิตร-เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเหมืองเปิดขนาดใหญ่ และยังมีพื้นที่ศักยภาพสูงอีกหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ
- แหล่งทองคำในประเทศที่มีการผลิตและมีปริมาณสำรองทองคำสูงระดับโลก เช่น ประเทศจีน ผู้ผลิตทองคำอันดับ 1 ของโลก หรือ “เหมืองมูรันเทา” เหมืองทองแบบเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ทะเลทรายคิซิลคุม ประเทศอุซเบกิสถาน เป็นต้น
เทคนิคการตรวจวิเคราะห์ทองคำ เพื่อระบุความบริสุทธิ์และตรวจสอบปริมาณค่าทอง ดังนี้
- เทคนิคการตรวจสอบเบื้องต้น เช่น การวัดความหนาแน่น การทดสอบด้วยกรดไนตริก ซึ่งหากเป็นทองแท้กรดจะไม่ทำปฏิกิริยา หรือการทดสอบด้วยแม่เหล็ก
- เทคนิคขั้นสูงสำหรับห้องปฏิบัติการ เช่น เทคนิค X-ray Fluorescence (XRF) การใช้รังสีเอ็กซ์ยิงไปที่ผิวทองเพื่อวิเคราะห์ธาตุประกอบ โดยไม่ทำลายชิ้นงาน เทคนิค Fire Assay วิธีมาตรฐานสากลที่มีความแม่นยำสูงสุด และวิธี ICP-OES / ICP-MS (วิเคราะห์เชิงปริมาณ) ใช้สำหรับตรวจวิเคราะห์ทองคำที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก
Fun Fact เกี่ยวกับ ทองคำ (Gold)
- กำเนิดจากดวงดาว : ทองคำบนโลกไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากกระบวนการทางธรณีวิทยาปกติ แต่เชื่อกันว่าเกิดจากการระเบิดของดาวฤกษ์ (Supernova) หรือการชนกันของดาวนิวตรอนแล้วตกลงมายังโลกพร้อมกับอุกกาบาตเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
- แผ่นดินไหวสร้างทอง : งานวิจัยระบุว่าแผ่นดินไหวสามารถทำให้เกิดทองคำได้ เพราะแรงดันมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างรอยแยกจะทำให้แร่ธาตุในน้ำร้อนใต้ดินตกตะกอนกลายเป็นสายแร่ทองคำอย่างรวดเร็ว
- ทองคำเกือบทั้งหมด อยู่ในน้ำทะเล : มีการประมาณการว่าในมหาสมุทรทั่วโลกมีทองคำละลายอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน แต่เนื่องจากมีความเข้มข้นต่ำมาก (ทองคำ 1 กรัมต่อน้ำทะเลหลายล้านลิตร) ปัจจุบันเราจึงยังไม่มีเทคโนโลยีที่คุ่มค่าพอจะสกัดออกมาได้
- ทองคำบนอวกาศ : ชุดอวกาศและยานอวกาศมักเคลือบด้วยทองคำบางๆ เพื่อช่วยสะท้อนรังสีอินฟราเรดและควบคุมอุณหภูมิ เพราะทองคำเป็นตัวสะท้อนความร้อนและแสงงที่ดีเยี่ยม
- ความอ่อนตัวระดับเทพ : ทองคำเป็นโลหะที่ตีแผ่ได้บางที่สุด ทองคำหนักเพียง 1 ออนซ์ (ประมาณ 31 กรัม) สามารถนำมาตีเป็นแผ่นบางๆ จนคลุมพื้นที่ได้ถึง 9 ตารางเมตร หรือดึงเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 80 กิโลเมตร
- ทองคำกินได้ แต่ไม่มีรสชาติ : ทองคำบริสุทธิ์ (24K) เป็นธาตุที่เฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมีมาก จึงไม่เป็นพิษต่อร่างกายและสามารถนำมาตกแต่งอาหาร เพื่อความสวยงามได้ แต่ร่างกายจะไม่ดูดซึมและไม่มีรสชาติ
โดยรวมแล้ว ทองคำ (Gold) เป็นธาตุโลหะที่มีค่าสูง เนื่องจากความหายากและมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว คือ “ไม่เป็นสนิม และมีความคงทนถาวร” ทั้งยังมีความอ่อนตัวสูงจนสามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย ด้วยความสวยงามนี้และการเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ทองคำจึงเป็นทั้งเครื่องประดับ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง สินทรัพย์สำรองที่มั่นคง และวัสดุสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่หาธาตุอื่นมาทดแทนได้ยากนั่นเอง
เจที แล็บ เซอร์วิสเราให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางด้านอุตสาหกรรมเหมือง แร่และบริการวิเคราะห์อื่น ๆ ด้วยเทคนิค FIRE ASSAY โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพวัสดุ แร่ธาตุ โลหะ และตัวอย่างในกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ สามารถสอบถามรายละเอียด ได้ที่นี่

