jtlabservices.co.th

Blog

ธาตุทองคำ (Gold, Au)

ทองคำ คือ แร่โลหะธรรมชาติ ที่มีองค์ประกอบหลักเป็น ธาตุทองคำ (Gold) เป็นธาตุโลหะมีค่า จัดอยู่ในกลุ่มโลหะทรายซิชัน มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Au (จากภาษาละติน Aurum) เลขอะตอม 79 และเลขมวลอะตอม 196.967 g/mol โดยส่วนใหญ่มักพบอยู่ในรูปของธาตุอิสระ (Native Element) หรืออาจพบในรูปของโลหะผสมกับธาตุอื่น ๆ เช่น เงิน ทองแดง หรือในรูปของสารประกอบในเนื้อหินชนิดต่าง ๆ ทองคำ เกิดจากปฏิกิริยาในอวกาศ เช่น การระเบิดของ ซูเปอร์โนวา แล้วมาสะสมตัวบนโลกผ่าน น้ำร้อนใต้พิภพ หรือการผุพังเป็น ทองคำในลำน้ำ มนุษย์รู้จักใช้ทองคำมาตั้งแต่ ยุคโบราณ (กว่า 40,000 ปี) โดยเฉพาะ อียิปต์โบราณ ที่ถือเป็นโลหะของเทพเจ้า ต่อมาถูกใช้เป็น เงินตรา (ชาวลิเดีย) และเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคตื่นทอง (Gold

Read More

เชื้อจุลินทรีย์ (Coliform, E.coli) ในน้ำดื่ม น้ำบริโภค ต้องตรวจอะไรบ้าง ?

ในการตรวจหรือทดสอบน้ำดื่มและน้ำบริโภคว่าสะอาดหรือไม่ ต้องตรวจทั้งด้านกายภาพ (สี กลิ่น ความขุ่น) ทางด้านเคมี (pH ความกระด้าง โลหะหนัก ไนเตรต) และ จุลินทรีย์ (โคลิฟอร์ม อีโคไล) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าน้ำนั้นปลอดภัยได้มาตรฐานตามประกาศฯ เช่น กรมอนามัย โดยต้องตรวจหาสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว สารหนู เชื่อโรค และแบคทีเรีย โดยเฉพาะการปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นของคุณภาพน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ       สำหรับน้ำดื่ม น้ำบริโภค มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ต้องระวัง คือ โคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliforms) และ อีโคไล (E. coli) เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระและเชื้อโรคอื่นๆ ที่อันตราย เช่น แซลโมเนลลา การตรวจพบเชื้อเหล่านี้ในน้ำดื่ม แสดงว่าน้ำไม่สะอาดและไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดอาหารท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ โดยมีการป้องกันคือการทำให้น้ำสะอาดด้วยการต้มหรือระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ และต้องไม่พบ E. coli ในน้ำดื่มเลยตามมาตรฐานที่กำหนด        โคลิฟอร์ม (Coliform bacteria) กลุ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศและไม่มีอากาศ มักพบในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ หากพบว่ามีการเจือปนในน้ำดื่มจะสามารถบ่งชี้ถึงความไม่สะอาดและไม่ถูกสุขลักษณะของแหล่งน้ำดื่มได้ อาจไม่ก่อโรคโดยตรง แต่สัมพันธ์กับเชื้อที่ก่อโรค  เช่น E. coli        กลุ่มฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform) เช่น  Escherichia coli (E.coli) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากตรวจพบในน้ำดื่ม สามารถบ่งชี้ได้ว่าน้ำมีการปนเปื้อนอุจจาระ หรือสิ่งขับถ่ายของมนุษย์และสัตว์ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคอื่นๆ

Read More

พารามิเตอร์ที่บ่งบอกคุณภาพน้ำ BOD (Biochemical Oxygen Demand) vs COD (Chemical Oxygen Demand)

     รู้ได้อย่างไรว่าน้ำเสียหรือไม่ สามารถทดสอบและควบคุมคุณภาพน้ำเสียได้ด้วยค่า BOD และ COD ซึ่งเป็นตัวชี้สำคัญ ที่วัดปริมาณของสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนในน้ำ       BOD (Biochemical Oxygen Demand): ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์นำไปใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย หากค่า BOD สูง แสดงว่าต้องการออกซิเจนสูง นั่นคือน้ำมีความสกปรกหรือสาอินทรีย์ในน้ำมาก ซึ่งตามข้อกำหนดมาตรฐานของระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับโรงงานก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จะต้องมีค่า BOD ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L)       COD (Chemical Oxygen Demand): ค่าปริมาณออกซิเจนทั้งหมดที่ใช้ในการย่อยสารอินทรีย์ด้วยวิธีการทางเคมี ให้เป็นคาร์บอนไดออกไซต์และน้ำ หากน้ำที่มีค่า COD สูงแสดงว่าน้ำสกปรกมาก ค่ามาตรฐานของระบบบำบัดน้ำเสียโรงงาน กำหนดไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ  ตารางเปรียบเทียบ BOD vs COD  คุณสมบัติ  BOD (Biochemical Oxygen Demand)  COD (Chemical Oxygen Demand)  หลักการวัด  ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ทางชีวภาพ  ปริมาณออกซิเจนที่ใช้ในการออกซิไดซ์สารอินทรีย์และอนินทรีย์ทางเคมี  สารที่ใช้วัด  เฉพาะสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์  สารอินทรีย์ที่ย่อยได้และย่อยไม่ได้ + สารอนินทรีย์ที่รีดิซ์ได้บางชนิด  เวลาในการทดสอบ  อย่างน้อย 5 วัน  2 – 3 ชั่วโมง  การใช้งาน 

Read More

ใครหรือหน่วยงานไหนบ้าง ที่ต้องบำบัดน้ำเสีย?

การบำบัดน้ำเสีย คือ กระบวนการกำจัดหรือทำลายสิ่งปนเปื้อนในน้ำก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำน้ำธรรมชาติ เพื่อให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น ปลอดภัยและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบำบัดน้ำเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งในปัจจุบันการกำจัดหรือบำบัดน้ำเสียก็มีอยู่หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับปัญหาหรือสภาพน้ำเสีย โดย กระบวนการบำบัดแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ      1) การบำบัดขั้นต้น (กำจัดของแข็งใหญ่ด้วยตะแกรง/ บ่อตกตะกอน) เพื่อแยกทราย กรวด ของแข็งขนาดใหญ่ ออกจากของเหลวหรือน้ำเสีย       2) การบำบัดขั้นกลาง (กำจัดสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์) การบำบัดน้ำเสียที่ผ่านขั้นต้นมาแล้ว แต่ยังคงมีของแข็งแขวนลอยขนาดเล็ก สารอินทรีย์ที่ละลายและไม่ละลายในน้ำ โดยการบำบัดขั้นกลางหรือเรียกว่า การบำบัดทางชีวภาพ อาศัยการเลี้ยงจุลินทรีย์ในระบบที่สามารถควบคุมได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกินสารอินทรีย์      3) การบำบัดขั้นสูง (กำจัดสารเคมี หรือโลหะหนักด้วยสารเคมี) การกำจัดสารอาหาร เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส หรือสิ่งปนเปื้อนที่เหลือ ทั้งสี สารแขวนลอยที่ตกตะกอน และโลหะหนัก เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีเพียงพอที่จะนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle) และยังช่วยป้องกันการเติบโตที่ผิดปกติของสาหร่าย ที่อาจเป็นสาเหตุทำเกิดน้ำเน่าเสีย      การบำบัดน้ำเสีย เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อหน่วยงานและกิจการที่มีการใช้น้ำและปล่อยออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยหน่วยงานที่ต้องมีกระบวนการบำบัดน้ำเสียหลักๆ คือ โรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานผลิตอาหาร, เคมี, สิ่งทอ หรืออาคารขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาบ สถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น และยังรวมถึงชุมชนที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย

Read More

ลักษณะน้ำเสียที่สำคัญ ในการตรวจวิเคราะห์

  น้ำเสีย คือ ของเหลวที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก สารเคมี หรือสิ่งปฎิกูลต่าง ๆ จนเสียคุณภาพและไม่เหมาะแก่การนำไปใช้ประโยชน์ มักเกิดมาจากชุมชน ครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจกรรมทางการเกษตร และน้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดอย่างเหมาะสมอาจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และแหล่ะน้ำธรรมชาติ      น้ำเสียแต่ละชนิดมี “ลักษณะสำคัญ” ที่ต้องตรวจวิเคราะห์ก่อนเข้าสู่ระบบบำบัด การตรวจน้ำเสียไม่ได้ดูแค่ “สกปรกหรือไม่” แต่ต้องวิเคราะห์หลายด้าน เพื่อให้ควบคุมคุณภาพน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งลักษณะทางกายภาพ (สี กลิ่น ความขุ่น) ลักษณะทางเคมี (pH, BOD, COD, TDS โลหะหนัก) และลักษณะทางชีวะภาพ (จุลินทรีย์) ซึ่งค่าเหล่านี้จะบ่งบอกถึงระดับความสกปรก แหล่งที่มาของมลพิษ และช่วยในการเลือกระบบบำบัดที่เหมาะสม ก่อนปล่อยน้ำสู่ธรรมชาติเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 6 ลักษณะน้ำเสียที่สำคัญ ในการตรวจวิเคราะห์        1. pH (ความเป็นกรด-ด่าง) มีความสำคัญมากต่อระบบบำบัดและสิ่งแวดล้อม

Read More

การทดสอบวิเคราะห์ดิน หิน และแร่ สำคัญอย่างไร? 

      ดิน หิน และแร่ เป็นทรัพยากรพื้นฐานซึ่งเกิดตามรรมชาติมักไม่บริสุทธิ์ อาจมีสารเคมีหรือแร่อื่นเจือปน ส่วนประกอบทางเคมีของดิน หินแร่เหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ฉะนั้นการรู้จัก “องค์ประกอบและคุณสมบัติของวัสดุ” อย่างละเอียดคือก้าวแรกของการควบคุมคุณภาพ และการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ       การทดสอบวิเคราะห์ ดิน หิน แร่ มีขั้นตอนหลักคือ การเก็บตัวอย่าง การวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการ และการแปลผลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยการทดสอบดิน จะเน้นวิเคราะห์ความเป็นกรดด่าง (pH) ธาตุอาหาร และความเค็ม ส่วนการวิเคราะห์หินแร่ จะเน้นที่ลกษณะทางกายภาพ เช่น รูปร่าง ความแข็ง สี และการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่องชั้นสูง รวมทั้งธาตุปริมาณน้อยในตัวอย่างแร่ หิน ดิน ทราย และธรณีวัตถุอื่นๆ  วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์  ประเมินความเหมาะสมในการใช้งาน เช่น ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมก่อสร้าง การผลิตเซรามิก หรือการฟื้นฟูดินเกษตร  วิธีการทดสอบ 

Read More